ตามไปดู"กศน.สอนภาษาไทยในมาเลเซีย"

ส่ง email
News Image

คนไทยนิยมไปประกอบอาชีพที่มาเลเซีย ปัจจัยที่สำคัญคือ “เงินรายได้” และอัตราจ้างที่ได้รับสูงกว่าเมืองไทย บางคนพูดว่า “อยู่เมืองไทยหางานยาก ถึงมีงานทำแต่ค่าจ้างถูก ใครที่อยากสร้างเนื้อสร้างตัว ก็ต้องไปทำงานที่มาเลเซีย กลับมาจากมาเลเซียได้เงินเป็นกอบเป็นกำ” จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยในจังหวัดภาคใต้จำนวนมากเดินทางเข้าไปศึกษาต่อและทำงานในประเทศมาเลเซีย

และจากการที่มีคนไทยเข้าไปอยู่ในมาเลเซียนับแสนคน โดยอาศัยอยู่ในหลายรัฐของมาเลเซีย ทำให้พบว่าคนไทยเหล่านั้นได้มีการรวมกลุ่มเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง มีความเป็นไทยสูง แต่มีปัญหาอ่านเขียนภาษาไทยไม่ค่อยได้ เรื่องนี้ นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว กศน. ได้รับการประสานจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ว่ากลุ่มคนไทยในมาเลเซียต้องการให้ กศน. เข้าไปสอนภาษาไทยและจัดการศึกษาพื้นฐานให้ทั้งตัวเองและลูกหลานที่เกิดในมาเลเซีย เพราะส่วนใหญ่ยังไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงต้องการเรียนต่อโดยให้ กศน.เข้าไปดูแลจัดการศึกษาให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะคนกลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ กศน. ต้องเข้าไปดูแลจัดการศึกษาให้อยู่แล้ว อีกทั้งในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมอาเซียน กศน. ก็ต้องการเปิดศูนย์การเรียนในประเทศกลุ่มอาเซียนให้ครบทุกประเทศด้วย จากที่ปัจจุบันมีเพียงที่สิงคโปร์เท่านั้น

ดังนั้นการเปิดศูนย์การเรียนในมาเลเซียจึงสอดคล้องกับนโยบาย และเป็นการเตรียมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ กศน. ด้วย หลังจากเปิดศูนย์การเรียนในมาเลเซียแล้วจะมีการขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนต่อไป เพื่อให้ครบทั้ง 9 ประเทศ ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศที่ได้เริ่มประสานงานกันบ้างแล้ว ทั้งนี้ กศน. ได้เปิดศูนย์การเรียนในประเทศมาเลเซียไปแล้วหลายแห่ง เช่น วัดพุทธไทยเชตวัน วัดพุทธชยันตี กรุงกัวลาลัมเปอร์ วัดบุญญาราม รัฐเคดาห์ และรัฐอื่น ๆ เพื่อรองรับคนไทยในมาเลเซีย ที่ต้องการให้ กศน.เข้าไปจัดการศึกษาให้ และต้องการให้ลูกหลานได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยเพื่อไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง

ด้าน นายอรัญ คงนวลใย ผู้อำนวยการสถาบัน กศน. ภาคใต้ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ สถาบัน กศน. ภาคใต้ ได้จัดทำโครงการ “อาเซียนศึกษา” ขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและจัดการศึกษาให้แก่กลุ่มคนนอกระบบเพื่อจะได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งมาเลเซียเป็นประเทศเป้าหมายประเทศแรกเพราะมีชายแดนติดต่อกัน มีกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในรัฐภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย เช่น รัฐเคดาห์ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นกลุ่มอาเซียนศึกษาร่วมกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปประสานความร่วมมือ จนปัจจุบันมีการเปิดศูนย์การเรียนรู้หลายแห่งซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้วัดเป็นสถานที่เรียน และพบว่ามีการจัดการศึกษาได้ดีในระดับหนึ่งเพื่อให้คนไทยเหล่านั้นได้เรียนรู้การเขียน การอ่าน การพูดภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา และการเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมอีกด้วย

กิจกรรมโครงการอาเซียนศึกษาเริ่มต้นขับเคลื่อนจากการได้ไปพบปะเรียนรู้ร่วมกันกับพี่น้องชาวสยามที่อาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม ใช้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ พร้อมทั้งจัดตั้งเป็นโรงเรียนเพื่อเรียนภาษาไทยตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา โดยใช้หลักสูตรวิชาภาษาไทยเรียนรู้ ตั้งแต่การเขียน การอ่าน มีครูอาสาสมัคร พระภิกษุและผู้ที่มีความรู้ภาษาไทยทำหน้าที่เป็นครูผู้สอน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่รวมกลุ่มของญาติโยมมาปฏิบัติศาสนกิจ ฟังเทศน์ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม รวมถึงการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมในเทศกาลสำคัญต่าง ๆ

สำหรับ พระวิทูรย์ ปกัสสโร พระอาจารย์และผู้แทนเจ้าอาวาส วัดพุทธชยันตี กล่าวว่า การเปิดศูนย์การเรียน กศน. มีจุดเด่นหลายประการ อาทิ เป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยได้เรียนภาษาไทย เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรม เรียนศิลปะวิทยา และที่สำคัญ คือ กศน.ได้ออกประกาศนียบัตรทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็นระดับ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย เพื่อเป็นการรับรองว่าเด็กคนนั้น ๆ ได้เรียนจนจบหลักสูตร แล้วจะไปเรียนต่อที่ไหนก็ได้ ซึ่งถือว่าดีมาก

“นักเรียนที่นี่จะพูดภาษาไทยกันหลายสำเนียงรวมทั้งภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาไทยกลันตัน ภาษาไทยเจะเห และภาษารูมี หรือภาษามลายู รวมถึงภาษาอังกฤษและภาษาจีนอีกด้วย แต่เมื่อเด็กได้เข้ามาเรียนแล้วจะได้เรียนรู้ภาษาไทยด้วย เช่น บางครอบครัวลูกหลานไม่รู้จักภาษาไทยเลยทั้ง ๆ ที่เป็นคนไทย เด็กเหล่านี้รู้จักแต่ภาษารูมี ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน แต่กลับพูดและเขียนภาษาไทยไม่ได้ เพราะผู้ปกครองไม่พูดกับลูก เพราะฉะนั้นคิดว่า กศน. จะมาช่วยให้ภาษาไทยได้อยู่คู่กับการอนุรักษ์ของคนสยามในประเทศมาเลเซียต่อไป และการที่ กศน.จัดโครงการนี้ขึ้นมา หวังว่ามิตรสัมพันธ์ฉันพี่น้องของเราจะดำเนินต่อไป ตราบที่ยังเป็นคนไทยก็ขอให้ความสัมพันธ์ของเราอยู่คู่กันเหมือนฟ้ากับดิน” พระวิทูรย์ กล่าว.
 

ที่มา :

http://www.dailynews.co.th/education/178807

 

โดย : Roodbeer  [ 18/1/2556 9:45 ]

หน่วยงาน : สำนักงานบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (กระทรวงศึกษาธิการ)